อาการคันช่องคลอด หรือ “คันอวัยวะเพศหญิง” เป็นปัญหาที่ผู้หญิงพบได้บ่อย ตั้งแต่คันเล็กน้อยไปจนถึงคันมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน หากดูแลไม่ถูกวิธีอาการอาจเป็นซ้ำหรือรุนแรงขึ้นได้
การสังเกตอาการให้เป็นตั้งแต่ลักษณะอาการคัน สัญญาณผิดปกติที่มาพร้อมกันไปจนถึงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อาการกำเริบง่าย ก็จะช่วยให้ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น รวมทั้งควรรู้วิธีบรรเทาอาการเบื้องต้น การเลือกแนวทางรักษาให้เหมาะกับสาเหตุ และควรรู้ว่าเมื่อใดต้องไปพบแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม
รวมเรื่องคันช่องคลอด
คันช่องคลอดคืออะไร
คันช่องคลอด (Vaginal Itching) คืออาการคันบริเวณอวัยวะเพศหญิง อาจเป็นได้ทั้งคันด้านนอก เช่น บริเวณขน เนินอวัยวะเพศ แคมใหญ่ แคมเล็ก หรือคลิตอริส และคันลึกเข้าไปในช่องคลอดหรือปากช่องคลอด
อาการคันอาจเกิดขึ้นเล็กน้อยหรือคันมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตกขาวผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด กลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือแสบร้อน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ
สาเหตุของอาการคันช่องคลอด
เชื้อราในช่องคลอด (Yeast Infection)
เชื้อราเป็นสาเหตุของอาการคันช่องคลอดที่พบบ่อยมาก มักทำให้ คันมาก คันตลอดเวลา หรือคันจนทนไม่ไหว บางรายอาจมีตกขาวสีขาวข้น คล้ายแป้งเปียกหรือชีส ไม่มีกลิ่นแรง และอาจรู้สึกแสบหรือเจ็บขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์
ปัจจัยที่ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย: ใช้ยาปฏิชีวนะ การใส่กางเกงในอับชื้น ความอับชื้นจากเหงื่อ ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
ติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis)
การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอดเกิดจากความไม่สมดุลของเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ อาการที่พบบ่อยคือ คันอวัยวะเพศร่วมกับตกขาวสีเทาหรือขาว มีกลิ่นคาวคล้ายกลิ่นปลา
โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์ บางรายอาจมีอาการแสบหรือระคายเคืองร่วมด้วยภาวะนี้มักพบในผู้หญิงที่มีการสวนล้างช่องคลอดบ่อย หรือมีการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เช่น ทริโคโมแนส หนองใน หรือเริม สามารถทำให้เกิดอาการอวัยวะเพศได้ มักมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ตกขาวสีเขียวหรือเหลือง มีกลิ่นแรง เจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะ มีแผล ตุ่ม หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
หากสงสัยว่าอาการคันอาจเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง ![]()
ปัจจัยระคายเคืองภายนอก
อาการคันช่องคลอดหลายกรณีเกิดจาก การแพ้หรือระคายเคืองผิวหนัง มากกว่าการติดเชื้อ เช่น การใช้สบู่หรือเจลล้างจุดซ่อนเร้นที่มีกลิ่นแรง ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผ้าอนามัย หรือการโกนขนบริเวณอวัยวะเพศ
อาการที่พบมักเป็น: คัน แดง แสบ หรือผิวลอก และมักไม่มีตกขาวผิดปกติ หากอาการเป็นนานหรือเป็นซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
อาการคันช่องคลอดของผู้หญิง
อาการคันที่อวัยวะเพศหญิงผู้หญิงแบ่งออกเป็น คันภายนอกอวัยวะเพศ และ คันภายในช่องคลอด ซึ่งมีลักษณะและสาเหตุแตกต่างกัน
คันภายนอกอวัยวะเพศ
คันภายนอกหมายถึงอาการคันบริเวณรอบ ๆ อวัยวะเพศ เช่น แคมใหญ่ แคมเล็ก คลิตอริส บริเวณขน หรือเนินอวัยวะเพศ มักเกิดจาก การระคายเคืองหรือผิวหนังอักเสบ มากกว่าการติดเชื้อ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- แพ้สบู่ เจลล้างจุดซ่อนเร้น น้ำหอมหรือกลิ่นแรง
- ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่มที่ใช้ซักกางเกงใน
- ใส่ผ้าอนามัยหรือแผ่นอนามัยนานๆ ไม่ได้เปลี่ยนบ่อยๆ
- การโกนหรือแว็กซ์ขน
- การใส่กางเกงในหรือกางเกงที่รัดแน่น อับชื้น
- โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema)
- โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
- โรคเริม อาจทำให้เกิดอาการคันได้ในบางกรณี
- โรคมะเร็งปากช่องคลอด อาจจะมีแผลเรื้อรังและเลือดออกจากแผลร่วมด้วย
อาการที่พบร่วมมักเป็น คัน แดง แสบ ระคายเคือง หรือผิวลอก และโดยทั่วไป มักไม่มีตกขาวผิดปกติหรือกลิ่นแรง
คันภายในช่องคลอด
คันภายในคืออาการคันลึกเข้าไปในช่องคลอดหรือปากช่องคลอด มักเกี่ยวกับ การติดเชื้อหรือความผิดปกติภายในช่องคลอด สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ เชื้อราในช่องคลอด ,การติดเชื้อแบคทีเรีย ,โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
อาการคันภายในมักเกิดร่วมกับ ตกขาวผิดปกติ กลิ่นแรง แสบขณะปัสสาวะ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง ควรพบแพทย์
สาเหตุอื่นๆของการคันช่องคลอดหรือคันอวัยเพศหญิงที่พบได้น้อยและพบเจอในคนไข้เฉพาะกลุ่ม
- กลุ่มคนไข้ที่หมดประจำเดือนไปแล้ว (postmenopausal women) อาจมีปัญหาเรื่องช่องคลอด และปากช่องคลอดแห้งจากระดับฮอร์โมนเพศที่ต่ำลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและรับยาฮอร์โมนทดแทนหากมีอาการดังกล่าว
- กลุ่มคนไข้อื่นๆ เช่น ได้รับอุบัติเหตุช่องคลอดฉีกขาดขณะคลอดบุตร หรือมีโรคมะเร็งบางชนิด ที่ทำให้เกิดรูเชื่อมระหว่างช่องคลอด และลำไส้ใหญ่ (fistula) อาจทำให้มีอุจจาระไหลออกจากช่องคลอด โดยไม่รู้ตัวได้ ทำให้มีอาการคันต่อเนื่อง และมีอาการตกขาวเรื้อรังที่รักษาไม่หาย
ภาพดังกล่าวเป็นภาพตัวอย่างที่ใช่ในการโฆษณาเท่านั้น ที่มาจาก canva.com
อาการที่พบร่วมกับอาการคันช่องคลอด
- อาการตกขาวผิดปกติ

- มีไข้
- ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย
- มีแผลบริเวณปากช่องคลอด
- มีอาการปัสสาวะขัด
- มีเลือดออกผิดปกติ
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- คันมาก คันไม่หยุด หรือคันนานเกิน 2–3 วัน
- คันร่วมกับ ตกขาวผิดปกติ เช่น สีเหลือง เขียว เทา หรือเป็นก้อน
- มีกลิ่นแรงผิดปกติจากช่องคลอด
- แสบหรือเจ็บขณะปัสสาวะ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- มีแผล ตุ่ม ผื่น หรือเลือดออกผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ
- อาการคันเป็นซ้ำบ่อย แม้เคยรักษาแล้ว
- กำลังตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน
การพบแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง ได้รับการรักษาที่ตรงจุด และไม่ทำให้อาการลุกลาม
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อาการคันช่องคลอดกำเริบง่าย
- ความอับชื้นบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ใส่กางเกงในเปียกเหงื่อ หรือไม่เปลี่ยนกางเกงในหลังออกกำลังกาย
- ใส่กางเกงในหรือกางเกงรัดแน่น ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี
- ใช้สบู่หรือเจลล้างจุดซ่อนเร้นที่มีกลิ่นแรง หรือมีสารระคายเคือง
- ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่ใช้ซักกางเกงใน
- การใช้ผ้าอนามัยหรือแผ่นอนามัยเป็นเวลานาน โดยไม่เปลี่ยนบ่อย
- การสวนล้างช่องคลอดเป็นประจำ ซึ่งทำลายสมดุลของช่องคลอด
- การใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยหรือเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตง่าย
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
- มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน
การบรรเทาอาการคันช่องคลอดเบื้องต้น
ภาพดังกล่าวเป็นภาพตัวอย่างที่ใช่ในการโฆษณาเท่านั้น ที่มาจาก canva.com
- ทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่ที่อ่อนโยนอย่างถูกวิธี โดยให้ล้างเฉพาะภายนอกอวัยวะเพศ วันละ 1 ครั้ง
- งดเว้นการใช้สบู่ที่มีสารทำความสะอาดรุนแรง เช่น สบู่สมุนไพรหรือสบู่ที่ใช้แล้วมีความตึงผิวสูงบริเวณจุดซ่อนเร้น ให้ใช้สบู่ที่มีความอ่อนโยน หากจำเป็น *การใช้สบู่ที่มีความรุนแรงมากเกินไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณปากช่องคลอด ทำให้ผิวหนังแห้ง และคันมากขึ้น
- ห้ามสวนล้างช่วงคลอดโดยเด็ดขาด
- หลังเสร็จกิจจากการถ่ายหนัก ควรทำความสะอาดจากหน้าไปหลัง เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากทวารหนักหรือลดการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียที่อาจทำให้คันเพิ่มขึ้น
- ไม่ใส่กางเกงในที่มีขนาดเล็กเกินพอดี
- หลีกเลี่ยงการใส่ผ้าอนามัยชนิดสอดเข้าไปในช่องคลอด
- ปรับเปลี่ยนอาหารและโพรไบโอติก โยเกิร์ตธรรมชาติไม่มีน้ำตาลหรืออาหารที่มีโพรไบโอติกช่วยเพิ่ม “แบคทีเรียดี” ในร่างกายและช่วยรักษาสมดุลในช่องคลอดและอาจช่วยลดคันได้บ้าง
วิธีรักษาอาการคันช่องคลอด
1. แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาจากอาการร่วมเป็นหลัก หากมีอาการตกขาวผิดปกติร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ยาดังต่อไปนี้
- คันร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะรับประทาน เช่น Metronidazole, Clindamycin หรือ Doxycycline
- คันร่วมกับการตกขาว ที่มีลักษณะเหมือนเชื้อรา อาจพิจารณาให้ยาเหน็บในช่องคลอด เช่น Clotrimazole ชนิดเหน็บ
- มีประวัติเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อครอบคลุม เชื้อโรคในกลุ่มหนองใน เช่น Ceftriaxone ชนิดฉีด ร่วมกับยารับประทาน Azithromycin
2. แพทย์อาจพิจารณาให้ยาทา หากมีเพียงอาการคันบริเวณภายนอก ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะอาการร่วม เช่น ยา Clotrimazole cream หรือ Low-strength corticosteroid เป็นต้น และอาจพิจารณาให้ยาแก้แพ้รับประทานในกลุ่ม Anti-histamine เพื่อลดอาการคันได้เช่นกัน
ประสบการณ์การรักษาของแพทย์
สนใจรับบริการและพบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์ ทักแชทได้เลยค่ะผู้ป่วยที่หมอรักษาส่วนมากจะเป็นติดเชื้อราทั่วไป และมีบางเคสที่ทำการรักษาเชื้อราให้แล้วอาการดีขึ้นแต่ไม่ได้หายสนิท หมอต้องทำการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ร่วมด้วยเพราะอาการคันเหล่านี้พบว่าเกิดจากติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย แล้วทำการรักษาให้ยาตามเชื้อที่ตรวจพบไปจึงหายสนิท
ขั้นตอนการตรวจกับแพทย์
- ซักประวัติอาการร่วมอื่นๆ ที่มากับอาการคันช่องคลอด รวมไปถึงประวัติเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน
- แพทย์จะทำการตรวจภายใน เพื่อประเมินรอยโรคบริเวณปากช่องคลอด ในช่องคลอด รวมไปถึงปากมดลูก อาจพิจารณาเพื่อส่งตรวจหาเชื้อ หากมีลักษณะที่บ่งถึงการติดเชื้อร่วมด้วย
คำถามเรื่องคันช่องคลอดที่ผู้หญิงถามกันบ่อย❓
เอกสารอ้างอิง
- รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์. ภายใน’ ดูแลอย่างไรดี. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล.
- ผศ.นพ. ชัยเลิศ พงษ์นริศร. ภาวะตกขาว (Vaginal Discharge). คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
- Barad, D. H. Vaginal itching and discharge – gynecology and Obstetrics. MSD Manual Professional Edition.
บทความที่น่าสนใจ
- คันน้องสาว (คันจิมิ) เช็กอาการผิดปกติ สาเหตุ โรคที่เสี่ยงและวิธีรักษา
- แพ้ผ้าอนามัย คันช่องคลอด มีตุ่ม ทำยังไงดี?
- ใส่กางเกงในซ้ำ มีกลิ่น ผื่นคัน เสี่ยงโรค!
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีโรคอะไรบ้าง?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
นายแพทย์จิตรทิวัส อำนวยผล , แพทย์หญิงวรางคณา วิวัลย์ศิริกุล
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แก้ไขล่าสุด : 22/01/2026 (ปรับปรุงหน้าเว็บแล้ว)
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

EN
MM
