หัวข้อน่าสนใจเกี่ยวกับเชื้อราในช่องคลอด
- เชื้อราในช่องคลอดคืออะไร?
- สาเหตุของเชื้อราในช่องคลอด
- อาการเชื้อราในช่องคลอด
- ปัจจัยเสี่ยง

- วิธีรักษาเชื้อราในช่องคลอด
- วิธีป้องกัน

- คำถามที่พบบ่อย
เชื้อราในช่องคลอดคืออะไร?
เชื้อราในช่องคลอด (Vaginal candidiasis หรือ Yeast infection) คือ ภาวะที่เชื้อราซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติในช่องคลอดและเจริญเติบโตมากผิดปกติ จนทำให้เกิดการอักเสบและอาการต่าง ๆ เช่น คัน แสบ ระคายเคือง หรือตกขาวผิดปกติ
พบได้บ่อยแค่ไหน
- พบได้บ่อยมากในผู้หญิง โดยพบว่าในกลุ่มของผู้หญิง ถึง 70% เคยติดเชื้อรา อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
- ผู้หญิงที่กลับมาเป็นซ้ำอีก คิดเป็น 5-8% (ติดซ้ำปีละ 4 ครั้งหรืออาจมากกว่า)
อ้างอิงจาก: Gunter, J. (2019). The Vagina Bible: The Vulva and the Vagina – Separating the Myth from the Medicine.
อันตรายไหม
ไม่ได้อันตรายจนกลายเป็นโรคร้ายแรง ถือเป็นโรคทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ในผู้หญิง แต่อาจจะก่อให้เกิดความรำคาญ เพราะคันมาก ส่วนใหญ่มักจะคันจนนอนไม่ได้ เกาจนเป็นแผล และยังเป็นอุปสรรคตอนมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากอาการคัน
พบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์สาเหตุของเชื้อราในช่องคลอด
เชื้อราในช่องคลอด เกิดจากการติดเชื้อราชื่อว่า “แคดิดา แอลบิแคน” (Candida abicans) ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณลำไส้และรอบทวารหนัก
เพราะผู้หญิงจะมีตำแหน่งทวารหนักจะอยู่ใกล้กับช่องคลอด ทำให้เชื้อสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ช่องคลอดได้ง่ายขึ้น
โดยปกติช่องคลอดจะมีสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งช่วยควบคุมไม่ให้เชื้อราเติบโตมากเกินไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่สมดุลในช่องคลอดเสียไป เช่น ความเป็นกรดลดลง เชื้อราจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และทำให้เกิดอาการ เช่น คัน ตกขาวผิดปกติ หรือแสบระคายเคือง
อาการเชื้อราในช่องคลอด
- คันช่องคลอดมาก ระคายเคือง คันมากจนช่องคลอดบวม
- เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพราะช่องคลอดแห้ง
- ตกขาวมากผิดปกติ เป็นก้อน ๆ คล้ายโยเกิร์ต แป้งเปียก บางรายเป็นน้ำคล้ายนมบูด อาจเป็นสีขาวหรือมีตกขาวสีเหลืองในบางราย
- อาการรุนแรงขึ้น คือปัสสาวะแสบขัด ช่องคลอดบวมแดง
ปัจจัยเสี่ยง
สุขภาพและฮอร์โมน
- มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ, ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ติดเชื้อ HIV
- ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง (เช่น ตั้งครรภ์ หรือกินยาคุมบางชนิด)
- ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมน้ำตาลไม่ดี
- มีแผลขนาดเล็กในช่องคลอด จากการเกา เสียดสี หรือการมีเพศสัมพันธ์ อาจทำให้เยื่อบุอ่อนแอ ทำให้เชื้อราเข้าไปในช่องคลอดได้
- จุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียสมดุล
การใช้ยา
- ทานยาปฏิชีวนะบ่อย ๆ 💊แบคทีเรียในช่องคลอดลดปริมาณลง ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตขึ้นมาแทนที่ เกิดเป็นตกขาวมาก เกิดความอับชื้นตามมา
- ใช้ยาคุมกำเนิดบางชนิด อาจทำให้ค่าความเป็นกรด ด่างภายในช่องคลอดเปลี่ยนไป และส่งผลให้ช่องคลอดอักเสบและติดเชื้อราที่น้องสาวได้
พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
- ใส่กางเกงรัดแน่น / อับชื้น
- ใส่กางเกงชั้นในระบายอากาศไม่ดี
- สวนล้างช่องคลอด 🚿
- ใช้สบู่แรง ๆ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณจุดซ่อนเร้น 🧼
- ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือโภชนาการไม่เหมาะสม เมื่อร่างกายอ่อนล้า ภูมิคุ้มกันจะลดลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
วิธีรักษาเชื้อราในช่องคลอด
การรักษาเชื้อราในช่องคลอดสามารถทำได้ด้วยยาฆ่าเชื้อรา (ยาต้านเชื้อรา) ซึ่งมีทั้งรูปแบบ
- ยาเหน็บช่องคลอด ใช้ติดต่อกัน 1-7 วัน (ขึ้นอยู่กับชนิดยา)
- ยารับประทาน เช่น fluconazole
- ยาครีมทาภายนอก เพื่อลดอาการคันหรือระคายเคืองบริเวณปากช่องคลอดและรอบทวารหนัก
โดยทั่วไป อาการคันหรือแสบร้อนมักดีขึ้นภายใน 1-3 วันหลังเริ่มใช้ยา
ทำไมควรพบแพทย์ก่อนรักษา?
แม้อาการจะดูเหมือนเชื้อราในช่องคลอด แต่ความจริงแล้วอาการคัน ตกขาวผิดปกติ หรือแสบขณะปัสสาวะ อาจเกิดจากปัญหาอื่นได้ เช่น
- การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด (Bacterial vaginosis)
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
วิธีป้องกัน
- ปรับพฤติกรรม งดการสวนล้างช่องคลอด ทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า หรือสบู่อ่อนๆ ล้างภายนอกเท่านั้นก็เพียงพอ
- สวมใส่กางเกงชั้นในและกางเกงที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป ถ่ายเทอากาศได้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้น
- ทานยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรรับประทานเกินขนาด
- เมื่อเป็นประจำเดือนควรเปลี่ยนแผ่นอนามัยบ่อย ๆ อย่าปล่อยให้มักหมม
- หลีกเลี่ยงอาหารที่เชื้อราชอบ เช่น น้ำตาล แป้งขัดขาวต่าง ๆ น้ำผลไม้ อาหารแปรรูปต่าง ๆ นมวัวที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ รวมไปถึงแอลกอฮอล์
- รับประทานผักใบเขียว เช่น ผักเคล กวางตุ้ง คะน้า หรือผักโขม เป็นต้น เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพและน้ำตาลต่ำ อุดมด้วยแมกนีเซียม วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย
คำถามที่พบบ่อย
บทความน่าสนใจ
- คลินิกนรีเวช ตรวจโรคผู้หญิง มีแพทย์เฉพาะทาง
- ตกขาวสีเหลือง คัน มีกลิ่น อันตรายไหม? สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา
- อาการคันอวัยวะเพศหรือคันช่องคลอดในผู้หญิง | สาเหตุและวิธีรักษาที่คลินิก
- คันน้องสาว (คันจิมิ) เช็กอาการผิดปกติ สาเหตุ โรคที่เสี่ยงและวิธีรักษา
เอกสารอ้างอิง
- หนังสือสารพันปัญหาคาใจสาว, กองบรรณาธิการ. สำนักพิมพ์ใกล้หมอ
- Gunter, J. (2019). The Vagina Bible: The Vulva and the Vagina – Separating the Myth from the Medicine.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม
คลินิกเวชกรรม
แก้ไขล่าสุด : 24/02/2026
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

EN
MM