ห่วงอนามัย คืออะไร เหมาะกับใคร และควรรู้อะไรบ้างก่อนใส่

ใส่ห่วงคุมกำเนิด ห่วงอนามัย เหมาะกับใครบ้าง

การใส่ห่วงอนามัยเป็นวิธีคุมกำเนิดระยะยาวประมาณ 3 – 5 ปี ที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับคนที่ไม่อยากกังวลเรื่องการกินยาคุมกำเนิดทุกวัน และสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้เมื่อถอดออก

ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าห่วงอนามัยคืออะไร มีกี่แบบ และควรเลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับร่างกายและความต้องการของแต่ละคน บางคนกังวลว่าใส่แล้วจะเจ็บไหม หรือเราจะเหมาะกับการใส่ห่วงหรือไม่?

รวมถึงควรใส่ตอนไหน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณเท่าไร และขั้นตอนการใส่ที่คลินิกเป็นอย่างไร คำตอบของคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้นค่ะ

ข้อมูลที่น่าสนใจและควรรู้

การใส่ห่วงอนามัย คืออะไร?

ห่วงอนามัย หรือ ห่วงคุมกำเนิด (Intrauterine device, IUD) คือ อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในผู้หญิง โดยแพทย์จะทำการใส่ห่วงชนิดนี้เข้าในโพรงมดลูก วิธีนี้ถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพดีวิธีหนึ่ง

การทำงานของห่วงอนามัย

คาดว่าจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบจากการที่มีวัสดุแปลกปลอมภายในมดลูก แต่เป็นการอักเสบในระดับที่ปลอดภัยต่อร่างกาย โดยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปนี้จะเป็นพิษต่อตัวอสุจิและไข่ จึงช่วยลดโอกาสการปฏิสนธิ และขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน

การทำงานของชนิดเคลือบทองแดง
  • ชนิดหุ้มทองแดง จะปล่อยสารจากทองแดงออกมา ทำให้เกิดการอักเสบเล็กน้อยภายในโพรงมดลูก ซึ่งสภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่เหมาะกับอสุจิและไข่ ช่วยทำให้อสุจิอ่อนแรง เคลื่อนที่ได้ยาก และไม่สามารถผสมกับไข่ได้ จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์
ชนิดหลั่งฮอร์โมนโปรเจสติน ทำงานยังไง
  • ชนิดหลั่งฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin-releasing IUD) ออกฤทธิ์โดยทำให้มูกบริเวณปากมดลูกหนาขึ้น อสุจิจึงเคลื่อนผ่านได้ยากขึ้น พร้อมทั้งทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ไม่เหมาะต่อการฝังตัวของตัวอ่อน จึงช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์

ห่วงอนามัยมีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี

การเลือกสามารถแบ่งง่ายๆ ตามลักษณะการทำงานได้เป็น 3 ประเภทหลัก ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

ห่วงคุมกำเนิด แบบเคลือบทองแดง (Copper IUD)

แบบเคลือบทองแดง (Copper IUD)

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดนานๆ ผู้แพ้ฮอร์โมน และไม่ต้องการใช้ฮอร์โมน
  • กลไกการทำงาน: ตัวทองแดงจะยับยั้งการทำงานของอสุจิ ทำให้ไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้
  • ระยะเวลาคุมกำเนิด: มีให้เลือกทั้งแบบ 3 ปี และ 5 ปี (เช่น รุ่น Copper T หรือ Multiload)
  • จุดเด่น: ราคาประหยัดกว่า และไม่มีผลข้างเคียงจากฮอร์โมน (เช่น ไม่ทำให้อ้วนหรือสิวขึ้น)
สนใจรับบริการทักแชทเลย
ห่วงแบบเคลือบฮอร์โมน (Hormone-releasing IUD)

แบบเคลือบฮอร์โมน (Hormone-releasing IUD)

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิด และต้องการลดปัญหาประจำเดือนมามากหรือปวดท้องเมนส์
  • กลไกการทำงาน: ตัวห่วงจะค่อยๆ ปล่อยฮอร์โมนโปรเจสตินออกมา เพื่อทำให้ผนังมดลูกไม่เหมาะกับการฝังตัว
  • ระยะเวลาคุมกำเนิด: คุมได้นานสูงสุด 5 ปี
  • จุดเด่น: ช่วยให้ประจำเดือนมาน้อยลง ลดอาการปวดประจำเดือนได้ดี
สนใจรับบริการทักแชทเลย
ชนิดไม่มีโครง (Frameless IUD)

ชนิดไม่มีโครง (Frameless IUD)

  • กลไกการทำงาน: เป็นห่วงอนามัยที่ไม่มีโครงแข็ง มีทั้งแบบเคลือบทองแดง และแบบเคลือบฮอร์โมน เช่น Gynefix

  • จุดเด่น: ขนาดเล็ก เข้ากับโพรงมดลูกได้ดี

  • ข้อจำกัด: มีโอกาสเลื่อนหลุดได้ง่ายกว่า จำเป็นต้องใส่โดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง

Lippes Loop

📌 เกร็ดความรู้: ห่วงอนามัยรุ่นเก่า

ในสมัยก่อนเคยมีการใช้ชนิด “ไม่เคลือบสาร” (เช่น Lippes Loop) ซึ่งทำจากพลาสติกหรือสแตนเลสเพื่อให้มองเห็นได้ผ่านการเอกซเรย์

ปัจจุบันในประเทศไทย เลิกใช้ห่วงชนิดนี้ไปแล้ว เนื่องจากนวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันมีห่วงชนิดเคลือบสารและฮอร์โมนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงกว่า และมีความปลอดภัยต่อร่างกายมากกว่าหลายเท่าครับ

แบบทองแดง vs ฮอร์โมน เลือกแบบไหนดี?

การเลือกชนิดขควรพิจารณาจากสุขภาพและความต้องการของแต่ละคน โดยแพทย์จะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ร่วมกัน ได้แก่

แบบทองแดง vs ฮอร์โมน เลือกแบบไหนดี?
  • ลักษณะของประจำเดือน🩸 เช่น ความสม่ำเสมอ ปริมาณเลือด และอาการปวดท้องประจำเดือน (คนมีประจำเดือนมากหรือปวดมาก อาจเหมาะกับชนิดมีฮอร์โมนมากกว่า)
  • โรคประจำตัวหรือประวัติสุขภาพ 🩺 เช่น โรคเกี่ยวกับฮอร์โมน ภาวะโลหิตจาง หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
  • ความต้องการของผู้ใช้ เช่น ต้องการลดปริมาณประจำเดือน ลดอาการปวดท้อง หรือเน้นการคุมกำเนิดระยะยาวโดยไม่ใช้ฮอร์โมน
  • ความรู้สึกและการยอมรับของผู้ใส่ห่วง บางรายอาจกังวลเรื่องภาวะขาดประจำเดือน หรือเลือดออกกะปริบกะปรอยหลังใส่ห่วง ซึ่งแพทย์จะช่วยอธิบายและประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิดเจ็บไหม

โดยทั่วไปอาจรู้สึกเจ็บได้เล็กน้อยในช่วงขณะใส่หรือถอดห่วงอนามัย จะปวดหน่วงคล้ายประจำเดือน ซึ่งมักเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ แต่หากมีอาการปวดจนผิดปกติ ควรมาพบแพทย์

ใครที่เหมาะกับการคุมกำเนิดด้วยห่วงคุมกำเนิดบ้าง

การใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิดเหมาะกับใคร

  1. คนที่มองหาวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพสูง
  2. คนที่มีความเสี่ยงต่ำต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  3. คนที่อยากคุมกำเนิดแบบระยะยาว ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการคุมกำเนิดทุกวัน
  4. คนที่ยังอยากมีบุตรในอนาคต และต้องการวิธีคุมกำเนิดที่หยุดทำแล้วกลับมาตั้งครรภ์ได้
  5. คนที่แพ้ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือต้องการหลีกเลี่ยง โดยแพทย์จะช่วยประเมินความเหมาะสมตามบุคคล
สนใจรับบริการทักแชทเลย

ใครบ้างที่ (อาจจะ) ยังไม่เหมาะกับการใส่ห่วงอนามัย?

แม้ว่าห่วงอนามัยจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูง แต่หากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

  • คนมีภาวะโพรงมดลูกผิดรูป เช่น มีเนื้องอกในมดลูกหรือปากมดลูกตีบ ที่ส่งผลต่อโครงสร้างโพรงมดลูก ทำให้ใส่ห่วงได้ยากหรือห่วงหลุดง่าย
  • มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หากกำลังมีการติดเชื้ออยู่ ควรรักษาให้หายสนิทอย่างน้อย 3 เดือนก่อนจึงจะเริ่มใส่ห่วงได้
  • คนที่กำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ เพราะการใส่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ได้
  • มีเลือดออกผิดปกติโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรตรวจหาสาเหตุของเลือดที่ออกให้แน่ชัดก่อน เพราะหลังใส่ห่วงอาจมีเลือดออกกระปริดกระปรอยได้ในช่วงแรก
  • มีภาวะแพ้ทองแดง หรือเป็นโรค Wilson’s disease (กรณีเลือกแบบทองแดง) ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้มีทองแดงสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ
  • ผู้ที่รักษามะเร็งเต้านมอยู่ (กรณีเลือกแบบฮอร์โมน) ไม่แนะนำให้ใช้ห่วงชนิดเคลือบฮอร์โมนช่วงที่ยังรักษาอยู่

ควรใส่ห่วงอนามัยตอนไหน

แนะนำให้ใส่หลังมีประจำเดือนอย่างน้อย 2-5 วัน หรืออย่างน้อย 1 สัปดาห์✅ เพื่อให้ง่ายต่อการใส่ เพราะหากใส่ในช่วงของการมีประจำเดือนหรือใส่ก่อนมีประจำเดือน อาจทำให้หลุดได้ง่าย

สนใจรับบริการทักแชทเลย

นอกจากการใส่ห่วงอนามัย คลินิกของเรายังมีบริการทางเลือกอื่น ๆ เช่น

พบแพทย์ก่อนรับบริการทุกเคส👩‍⚕️✅ พร้อมให้คำแนะนำตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของผู้รับบริการ

สนใจรับบริการทักแชทเลย

ค่าใช้จ่ายในการใส่ห่วงประมาณเท่าไร

  • ราคาใส่ห่วงอนามัย แบบไม่มีฮอร์โมน เริ่มต้น 4,400 บาท
  • ราคาใส่ห่วงอนามัย แบบมีฮอร์โมน เริ่มต้น 12,800 บาท
  • หมายเหตุ : ราคาอาจปรับเปลี่ยนตามคำวินิจฉัยของแพทย์

ราคาใส่ห่วงยาคุม (ใส่ห่วงอนามัย)

สนใจรับบริการทักแชทเลย

ขั้นตอนการใส่ห่วงที่คลินิก

  1. ผู้รับบริการปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเริ่มการใส่ห่วง
  2. แพทย์จะตรวจภายใน เพื่อดูความพร้อมและตำแหน่งของมดลูก
  3. ใช้อุปกรณ์เปิดช่องคลอด และจับบริเวณปากมดลูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  4. วัดความลึกของโพรงมดลูก เพื่อความปลอดภัยและป้องกันมดลูกทะลุ
  5. ใส่ห่วงอนามัยเข้าไปในโพรงมดลูกตามระยะที่วัดไว้
  6. หลังใส่เสร็จ แพทย์จะสอบถามอาการและแนะนำการดูแลตัวเอง

หลังใส่ห่วงควรดูแลตัวเองอย่างไร

  • ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ 24 ชั่วโมง (1 วัน) หลังใส่ เพราะอาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อ ในช่วงแรกหลังการใส่ห่วงได้
  • หลังใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิดช่วง 1-3 วันแรก อาจมีเลือดออกบ้าง เนื่องจากขั้นตอนการใส่ห่วงอนามัย และอาจปวดท้องมากขึ้นได้เล็กน้อย หากมีอาการปวดมากผิดปกติควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม
  • ควรพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ และควรตรวจติดตามเป็นประจำทุกปีเพื่อประเมินตำแหน่งของห่วง และการติดเชื้อหลังใส่ห่วง

คำถามที่พบบ่อย


ใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิดมีโอกาสหลุดไหม

  • มีโอกาสเลื่อนหลุดออกได้มากที่สุดในปีแรก (3-10%) โดยปัจจัยที่อาจทำให้เลื่อนหลุดได้ คือ ประจำเดือนมามาก, ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง รวมไปถึงการใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิดทันทีหลังคลอด หรือหลังแท้ง

การใส่ห่วงคุมกำเนิดใช้เวลานานไหม

  • ใช้เวลาใส่ไม่นานมาก เนื่องจากเป็นการใส่อุปกรณ์เล็ก ๆ เข้าไปในโพรงมดลูกโดยแพทย์จะใช้เวลาในการใส่ ประมาณ 10 นาที ⏰ ถือว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับสาวๆที่ยังไม่พร้อมมีบุตร

หลังใส่ห่วงคุมกำเนิดแล้ว มีเพศสัมพันธ์ได้เลยไหม

  • ควรงดมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังใส่ห่วง เนื่องจากอาจจะเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในช่วงแรกหลังจากใส่ห่วงได้

สามารถใช้ผ้าอนามัยแบบสอด หรือถ้วยหลังใส่ห่วงได้หรือไม่

  • สามารถใช้ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังใส่ห่วงอนามัย หลังจากนั้นใช้ได้ตามปกติ โดยควรถอดอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ไปเกี่ยวกับเส้นด้ายของห่วง และควรตรวจเช็กเส้นด้ายหลังประจำเดือนหมดทุกครั้ง

การใส่ห่วงอนามัย เป็นวิธีการคุมกำเนิดชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพสูง โดยแพทย์จะสอดอุปกรณ์ เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อป้องกันการฝังตัวของตัวอ่อน มีให้เลือกทั้ง แบบหุ้มทองแดง (ไม่มีฮอร์โมน) และ แบบเคลือบฮอร์โมน (ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้) ซึ่งทั้งสองแบบสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ยาวนาน (3-10 ปี แล้วแต่ชนิด) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเว้นช่วงการมีบุตรแต่กลัวว่าจะลืมทานยา โดยขั้นตอนการใส่ใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้ทันทีเมื่อถอดออก

หากสนใจใส่ห่วงคุมกำเนิด หรือมองหาวิธีอื่น ๆ ในการป้องกันการตั้งครรภ์ สามารถพบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์ เพื่อประเมินก่อนรับบริการได้เลย เราให้บริการทั้งใส่ห่วงคุมกำเนิด ฉีดยาคุม และฝังยาคุม พบแพทย์ก่อนทำทุกเคส และยังมีการติดตามอาการหลังรับบริการด้วยนะคะ

เอกสารอ้างอิง

  • การวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิด (Family planning and contraception), อุษณีย์ แสนหมี่, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • Intrauterine devices: ห่วงอนามัย, น.พ. ธรรมพจน์ จีรากรภาสวัฒน์ และอ. พ.ญ. ทวิวัน พันธศรี, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ห่วงอนามัย…สำหรับการคุมกำเนิดระยะยาว, รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิง นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์, หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความที่น่าสนใจ

แก้ไขล่าสุด : 27/01/2026

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com