ตกขาวสีเขียว : สาเหตุ อาการที่ต้องระวังและวิธีรักษาให้หายเร็ว

ตกขาวสีเขียว: สาเหตุ อาการที่ต้องระวัง และวิธีรักษาให้หายเร็ว

ตกขาวสีเขียว เป็นภาวะที่ผิดปกติและมักสะท้อนถึงการติดเชื้อในช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ ภาวะนี้มักเกิดจากเชื้อ Trichomoniasis (พยาธิในช่องคลอด), Gonorrhea (หนองใน), หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย/อักเสบของเยื่อบุช่องคลอด โดยอาจมาพร้อมอาการคัน เจ็บ แสบร้อน มีกลิ่นเหม็น หรือปัสสาวะแสบขัด 

ผู้ที่มีตกขาวสีเขียวจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องและได้รับยารักษา เช่น Metronidazole หรือ Tinidazole ซึ่งแพทย์จะพิจารณาขนาดยาและระยะเวลาตามสาเหตุของโรคและอาการ หากไม่รีบรักษา อาจทำให้การติดเชื้อลุกลามและมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้

อาการที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่ มีกลิ่นเหม็น คัน หรือปวดบริเวณช่องคลอด การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ 


ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับตกขาวสีเขียว

ตกขาวสีเขียวคืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้นได้

ตกขาวสีเขียว (Green discharge) มักเกิดจากการติดเชื้อพยาธิในช่องคลอดหรือการอักเสบติดเชื้อของเยื่อบุผิวช่องคลอด โดยบริเวณช่องคลอดเป็นตำแหน่งที่พบตกขาวผิดปกติได้บ่อยที่สุด เนื่องจากความสมดุลของจุลชีพภายในช่องคลอดถูกรบกวน

หากเกิดจากการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มักพบตกขาวสีเขียวปนเหลืองร่วมด้วย ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม : ตกขาวปกติและตกขาวผิดปกติเป็นแบบไหน ผู้หญิงต้องรู้!

มีตกขาวสีเขียวร่วมกับอาการผิดปกติ คัน กลิ่นแรง ตรวจเช็กวันนี้ที่อินทัชเมดิแคร์ได้เลยค่ะ

คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อนที่นี่ได้เลยค่ะ

ตกขาวสีเขียวเกิดจากอะไร (สาเหตุที่พบบ่อย)

  1. การติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis)

    มักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน มีคู่นอนหลายคนหรือคู่นอนมีอื่น และไม่ได้ตรวจโรคเป็นประจำ ทำให้ตกขาวสีเขียวเป็นฟอง มีกลิ่นแรง คัน และแสบร้อน

  2. การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน (Gonorrhea)

    มักจะเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ไม่สวมถุงยาง ไม่รู้สถานะสุขภาพของคู่นอน และไม่ได้ตรวจโรค ทำให้ตกขาวสีเขียวข้น ปัสสาวะแสบ หรือปวดท้องน้อยร่วมด้วย

  3. การติดเชื้อแบคทีเรียทำให้ช่องคลอดอักเสบ (Bacterial vaginosis)

    เกิดจากจุลชีพเสียสมดุลจากการสวนล้างช่องคลอด มีการใช้สบู่หรือน้ำยาล้างที่มีน้ำหอมและสารเคมี ทำตกขาวมีกลิ่นคาวแรง โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์

  4. ความไม่สมดุลของจุลชีพในช่องคลอด

    เกิดจากสวนล้างช่องคลอดเป็นประจำ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แรง ความเครียด พักผ่อนไม่พอ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง การใช้ยาปฏิชีวนะนาน ๆ การใส่กางเกงในรัดแน่น อับชื้น ทำให้เชื้อเพิ่มจำนวน ส่งผลให้จุลชีพดีลดลง แบคทีเรียก่อโรคเพิ่มขึ้น ทำให้ตกขาวเปลี่ยนสี มีกลิ่น และระคายเคือง 

พบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์
แพทย์หญิงนลพรรณ พิทักษ์สาลี ว.71033

ลักษณะของตกขาวสีเขียว บอกโรคอะไร

เมื่อตกขาวมีสีเขียว มักจะนึกถึงโรค Vaginal trichomoniasis เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกิดจากเชื้อ Trichomonas vaginalis ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคในช่องคลอด โดยคนทั่วไปเรียกกันว่าโรคพยาธิในช่องคลอด

และอาจจะเป็นโรคหนองในหรือช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้ค่ะ ควรให้แพทย์ตรวจ วินิจฉัยโรคและจ่ายยาให้ตรงกับโรค

พยาธิในช่องคลอด

พยาธิในช่องคลอด

ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อพยาธิในช่องคลอดมักจะมาด้วยปัญหาตกขาวเขียวปนเหลือง มีฟองมาก พบว่าประมาณร้อยละ 50 ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เกิดจากเชื้อโรคในช่องคลอดได้เพิ่มจำนวนและสร้าง สาร amine มากขึ้น ในขณะที่ประมาณร้อยละ 40 พบว่ามีอาการระคายและคันในช่องคลอดร่วมด้วย

หนองใน

หนองในแท้และหนองในเทียม

หนองในแท้ (Gonorrhea) ตกขาวมักจะมีสีเขียวและสีเหลือง และอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์หนองในเทียม ตกขาวมีสีเขียวและสีเหลืองเล็กน้อย ส่วนมากมีสีขาวขุ่น และอาการอื่น ๆ เช่น ปวดแสบขณะปัสสาวะหรือมีการเจ็บปวดบริเวณช่องคลอด  การวินิจฉัยและรักษาโรคนี้ควรทำโดยแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ควรรักษาทั้งหนองในแท้และเทียมควบคู่กันรวมถึงควรพาคู่นอนมาตรวจรักษาด้วย 

ช่องคลอดอักเสบ

ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

ผู้หญิงที่มีอาการช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ตกขาวมักจะมีสีขาวออกเขียวปนสีเทา ร่วมกับมีกลิ่นเหม็น กลิ่นคาวปลา

ซึ่งจะเด่นชัดหลังจากมีเพศสัมพันธ์หรือช่วงมีประจำเดือน ตกขาวเป็นน้ำ หรือในผู้ป่วยบางรายก็ไม่มีอาการแสดง

เยื่อบุช่องคลอดอักเสบเรื้อรัง

เยื่อบุช่องคลอดอักเสบเรื้อรัง

เกิดจากการติดเชื้อซ้ำ ๆ หรือถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม มีโอกาสนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุช่องคลอดหรือแม้แต่ลุกลามไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนบน (เช่น มดลูก ท่อนำไข่)  ทำให้ตกขาวผิดปกติเรื้อรัง ปวด/คัน และมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้

การติดเชื้อแบคทีเรีย

  • ตกขาวสีเขียวไม่มีกลิ่น มีอาการคัน มักเกิดจากการระคายเคืองหรือเชื้อราทำให้คัน แสบ ไม่สบายตัว แม้ไม่มีกลิ่น โดยเชื้อราจะทำให้ลักษณะของตกขาวเหมือนแป้งเปียก ส่วนมากจะตกขาวสีขาวหรือสีขาวปนเขียวได้กรณีมีเชื้ออื่นๆ ร่วมด้วย
  • ตกขาวสีเขียวไม่มีกลิ่น ไม่คัน มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียระดับไม่รุนแรง หรือระยะเริ่มต้น จึงไม่มีอาการระคายเคือง แต่สีผิดปกติและอาการอาจจะรุนแรงมากขึ้นได้หากไม่รักษา

สรุปคือ แบบแรก “เห็นสีเปลี่ยนและคันมาก” ส่วนแบบที่สอง “สีเปลี่ยนแต่ไม่คัน” แต่ทั้งสองแบบถือว่าผิดปกติ ควรสังเกตหรือตรวจค่ะ

อาการที่มักพบร่วมกับตกขาวสีเขียว

อาการที่มักพบร่วมกับตกขาวสีเขียว

  • กลิ่นเหม็นผิดปกติ กลิ่นแรง คาว หรือเหม็นเน่า
  • คัน หรือแสบร้อนบริเวณช่องคลอด อาจรู้สึกระคายเคืองเวลาเดินหรือปัสสาวะ
  • ปวดท้องน้อย หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ บ่งบอกถึงการอักเสบของช่องคลอดหรือปากมดลูก
  • ปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ร่วมกัน

ตกขาวสีเขียวอันตรายไหม

อาการนี้สามารถเป็นอันตรายได้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น เพราะตกขาวสีเขียวบ่งบอกถึงโรคพยาธิในช่องคลอด ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อกันได้ง่าย

ทำให้เกิดภาวะอักเสบติดเชื้อในช่องคลอดและอุ้งเชิงกรานตามมา สำคัญ


ภาวะแทรกซ้อนหากติดเชื้อรุนแรง

  • การอักเสบของช่องคลอดและปากมดลูกเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ คุณภาพชีวิตแย่ลง และรักษายากขึ้น
  • ติดเชื้อลุกลามไปยังอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease – PID)
  • ภาวะมีบุตรยาก เชื้อทำให้ท่อนำไข่อักเสบ เกิดพังผืด อุดตัน มีผลต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต
  • ตั้งครรภ์นอกมดลูก เกิดจากพังผืดในท่อนำไข่ ทำให้ไข่ฝังตัวผิดที่ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

ความเสี่ยงของการปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา

ผู้ป่วยบางรายมีการอักเสบของปากมดลูกร่วมด้วย ปากมดลูกมีลักษณะเปื่อยและมีจุดสีแดงทำให้ดูคล้ายกับสตรอเบอร์รี่ เรียกว่า strawberry cervix ผู้ป่วยบางรายอาจมีเลือดปนออกหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ หากมีการติดเชื้อชนิดดังกล่าวในสตรีมีครรภ์อาจทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและน้ำเดินก่อนกำหนดได้

หากพบว่ามีอาการตกขาวผิดปกติควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและรักษาก่อนจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา

พบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์
แพทย์หญิงนลพรรณ พิทักษ์สาลี ว.71033

วิธีตรวจวินิจฉัยตกขาวสีเขียวโดยแพทย์

การตรวจหาสาเหตุของตกขาวสีเขียวอย่างแม่นยำแพทย์จะใช้หลายวิธีร่วมกันได้แก่

วิธีตรวจวินิจฉัยตกขาวสีเขียวโดยแพทย์

ตรวจภายในและซักประวัติ

แพทย์จะสอบถามอาการเบื้องต้น เช่น กลิ่นตกขาว คัน แสบร้อน ปวดท้องน้อย พร้อมตรวจภายในเพื่อดูลักษณะตกขาวและความผิดปกติของช่องคลอด


ตรวจหาเชื้อ Trichomonas / หนองใน

ทำได้โดยการเก็บตัวอย่างตกขาวไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การย้อมสี ตรวจด้วย PCR หรือเพาะเชื้อ เพื่อหาว่ามีเชื้อก่อโรคหรือไม่


ตรวจ pH ช่องคลอดและตรวจกล้องจุลทรรศน์

  • การวัดค่า pH ของช่องคลอดช่วยบอกความสมดุลของจุลชีพ
  • การตรวจกล้องจุลทรรศน์ (Microscopy) ใช้ดูแบคทีเรีย เซลล์เยื่อบุ และพยาธิในช่องคลอด เพื่อช่วยวินิจฉัยโรค เช่น BV หรือ Trichomoniasis

วิธีรักษาตกขาวสีเขียวให้หายเร็ว


การใช้ยาฆ่าเชื้อที่แพทย์สั่ง

เช่น Metronidazole, Tinidazole ใช้รักษาเชื้อพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) และการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ยาจะช่วยลดตกขาว กลิ่น และการอักเสบภายในไม่กี่วัน


รักษาตามเชื้อโรคที่ตรวจพบ

หากพบว่าเป็น หนองในจะใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะชนิด , หากเป็น ภาวะแบคทีเรียในช่องคลอด จะเน้นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียและปรับสมดุลจุลชีพ , หากเป็นโรคพยาธิในช่องคลอด Trichomonas ใช้ยาฆ่าพยาธิให้ตรงเชื้อ


ระยะเวลาการใช้ยาและการติดตามอาการ

ต้องทานยา ครบตามแพทย์สั่ง แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว สำคัญ
และ
แพทย์อาจนัดติดตามเพื่อดูว่าเชื้อหายสนิทหรือไม่ หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนยา


ควรงดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา

เพื่อป้องกันการระคายเคือง การแพร่เชื้อ และการติดซ้ำจากคู่นอน
หากติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ มักต้องรักษา ทั้งคู่นอนพร้อมกัน สำคัญ

ประสบการณ์แพทย์ที่รักษาผู้ป่วย

ประสบการณ์แพทย์ที่รักษาผู้ป่วยตกขาวสีเขียว

“ผู้ป่วยมาด้วยอาการตกขาวเป็นๆหายๆ อาการเป็นนาน 6 เดือน ผู้ป่วยไม่เคยตรวจภายในช่วงที่มีอาการ เพราะซื้อยาจากร้านยาแล้วอาการดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็กลับเป็นซ้ำอีก ในวันที่ผู้ป่วยมาปรึกษาจึงได้แนะนำการตรวจภายใน เนื่องจากจะได้ประเมินเรื่องตกขาวและตรวจดูความผิดปกติทางนรีเวชอื่นๆ รวมไปถึงได้เก็บส่งตรวจตัวอย่างในช่องคลอดเพื่อดูเชื้อก่อโรค

จากนั้นพบว่าผู้ป่วยมีภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย แต่ที่ผ่านมาผู้ป่วยซื้อยาสอดสำหรับเชื้อราจากร้านยาทำให้ได้ยาไม่ตรงกับเชื้อที่มีอยู่อาการจึงกลับเป็นซ้ำ หมอตรวจและให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียไปแล้วผู้ป่วยก็อาการดีขึ้น ไม่มีอาการตกขาวกลับมาเป็นซ้ำอีก

แพทย์หญิงนลพรรณ พิทักษ์สาลี ว.71033

ตกขาวสีเขียวหายเองได้ไหม

ตกขาวเป็นสีเขียวหายเองได้ แต่มีโอกาสค่อนข้างน้อย

กรณีที่อาจหายเอง

ในบางกรณีสามารถหายเองได้ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ของร่างกาย หากเกิดจาก ความไม่สมดุลชั่วคราว เช่น การสวนล้างแรงเกินไป หรือความเครียด

ทำให้ตกขาวสีเขียวเล็กน้อย อาการมัก ไม่รุนแรง ไม่มีคัน แสบร้อน หรือกลิ่นแรง และหายภายใน 1–2 วัน

ตรวจรักษาคลิกที่นี่ได้เลยค่ะ

กรณีที่จำเป็นต้องพบแพทย์ทันที

ในกรณีที่ต้องพบแพทย์คือมีตกขาวมีสีเขียว มีกลิ่นเหม็นแรง คัน แสบร้อน ปวดท้องน้อย หรือปัสสาวะแสบ เลือดออกผิดปกติ หรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ มักเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนมากจะหายได้ช้าและเกิดภาวะอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานตามมาและมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้บ่อย เมื่อพบว่ามีการกลับเป็นซ้ำหลายครั้งควรพาคู่นอนมาตรวจรักษาร่วมด้วย

“ไม่แน่ใจหรือมีความกังวล ผู้ที่เคยซื้อยากินเองแล้วไม่ดีขั้น อย่าปล่อยไว้ให้เรื้อรัง แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการดูแลและรักษาที่เหมาะสมและถูกวิธีค่ะ”

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นตกขาวมีสีเขียว

หากมีอาการตกขาวที่ดูผิดปกติไปสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นง่ายๆหรือปรับพฤติกรรมบางอย่างก่อนได้ ดังนี้

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นตกขาวมีสีเขียว

  • หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท 

สามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรเลี่ยงประเภทที่กระตุ้นอาการให้แย่ลงหรือส่งผลต่อสุขภาพช่องคลอด เช่น อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารหมักดอง และอาหารไขมันสูง


  • งดการมีเพศสัมพันธ์

ถ้าตกขาวผิดปกติควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าอาการจะดีขึ้น เพราะการมีเพศสัมพันธ์เสี่ยงต่อการส่งผ่านเชื้อจากภายนอกเข้าสู่ช่องคลอด และส่งผ่านเชื้อจากช่องคลอดไปสู่ภายนอกได้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง

  • ทำความสะอาดอวัยวะเพศ

เน้นทำความสะอาดภายนอกด้วยน้ำสะอาด งดใช้น้ำยาสวนล้างช่องคลอดเนื่องจากจะทำให้สภาพแวดล้อมในช่องคลอดเสียสมดุล เสี่ยงต่อการติดเชื้อตามมา


  • งดสอดใส่สิ่งแปลกปลอมในอวัยวะเพศ

เนื่องจากเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดช่องคลอดอักเสบและภาวะอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน รวมถึงไม่ควรใส่กางเกงในที่รัดจนเกินไป

พบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์
แพทย์หญิงนลพรรณ พิทักษ์สาลี ว.71033

การที่คุณผู้หญิงมีตกขาวสีเขียว รวมทั้งมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยไว้ให้หายเองเพราะเสี่ยงจะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมา ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษา ทางที่ดีคือรักษาที่ตัวคุณเองร่วมกับคู่นอนเพื่อลดการเกิดซ้ำค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตกขาวสีเขียว (FAQ)

เอกสารอ้างอิง

  • Soper DE. Genitourinary infections and sexually transmitted diseases. In: Berek JS, Adashi EY, Hillard PA, editors. Novak’s gynecology. 12th ed. Baltimore: Williams & Wilkins, 1996:429-45.
  • ตำรานรีเวชวิทยา ฉบับเรียบเรียงครั้งที่ 4 ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • นรีเวชวิทยา ฉบับสอบบอร์ด เรียบเรียงครั้งที่ 4 ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

บทความที่น่าสนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

 แก้ไขล่าสุด : 08/12/2025

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com